fbpx
Friday, 10 July 2020

ตาปลา สาเหตุเกิดจากอะไร ตาปลาอาการยังไง รักษาด้วยยาอะไร

ตาปลา คือ ผิวหนังที่ด้านหนาขึ้น เกิดจากแรงกดหรือแรงเสียดทานที่เกิดมานาน มักจะเกิดที่บริเวณที่มีกระดูกนูน บริเวณที่พบบ่อยๆ คือตาปลาที่เท้า บริเวณฝ่าเท้า ใต้นิ้วเท้า

ตาปลาเป็นโรคที่ไม่ได้อันตราย ไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนอะไร ยกเว้นคนที่เป็นโรคเบาหวานเท่านั้น ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อักเสบรุนแรงได้

 

หลายคนคงอยากรู้แล้วใช่มั๊ยคะว่าสาเหตุของตาปลาเกิดจากอะไร

สาเหตุของตาปลาที่พบได้บ่อย ตาปลาที่เท้าเกิดจากการใส่รองเท้าที่คับเกินไป ไม่เหมาะกับรูปเท้าของเรา หรือลักษณะการเดินที่ไม่ถูกวิธี ทำให้มีแรงกดที่ฝ่าเท้า นิ้วเท้านานๆทำให้เกิดมีการสร้างพังผืดแข็งๆ ขึ้นมารองรับจุดๆนั้นแทนที่จะเป็นเนื้อธรรมดา

 

ตาปลามีอาการอย่างไร?

ตาปลาจะมีลักษณะคล้ายหูด ตาปลาและหูด มีลักษณะด้านๆ หนาขึ้นเป็นไตแข็ง ไม่มีอาการปวด แต่ว่าถ้าตาปลาโตขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้นก็อาจจะปวดได้ และส่วนใหญ่จะปวดเวลาใส่รองเท้าหรือว่าเดินเกิดแรงกดตรงที่เป็นตาปลา ตาปลาถ้าเอามีดกรีดตรงตาปลาจะไม่มีเลือดออก แต่ถ้าเป็นหูดจะมีเลือดออกมา (แต่ห้ามใช้มีดกรีดเองนะ เพราะจะทำให้เป็นแผลอักเสบและบวม โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานจะทำให้แผลติดเชื้อและหายยาก แนะนำว่าไม่ว่าจะหูดหรือตาปลาก็ใช้ยารักษาเหมือนกัน ไม่ต้องไปอยากรู้ว่าเป็นหูดหรือตาปลาโดยการผ่าดูนะจ๊ะ เตือนแล้วนะ)

 

วิธีการรักษาตาปลา ง่ายนิดเดียวค่ะ

1.เริ่มจากเปลี่ยนรองเท้าก่อนเลยค่ะ เลือกที่ขนาดพอดีกับเท้าไม่คับเกินไป และหาตัวเสริมเท้า ที่เป็นซิลิโคน หรือฟองน้ำ เพื่อวางบนรองเท้าไม่ให้ตาปลาเสียดสีกับรองเท้า

2.ทายากัดหูด หรือตาปลา คือใช้ยาตัวเดียวกันคือ ยาทาที่มีตัวยา salicylic acid เช่น ยี่ห้อ con con วิธีใช้คือ ล้างเท้า หรือบริเวณที่เป็นตาปลาด้วยน้ำสบู่ และเช็ดให้แห้ง ใช้วาสลีน หรือ ปิโตรเลียมเจลลี่ยี่ห้ออะไรก็ได้ ทารอบบริเวณตาปลา เพื่อกั้นไม่ให้ยา salicylic acid ไหลออกไปกัดเนื้อดีที่ไม่ได้เป็นตาปลา หลังจากนั้นป้ายยาลงไปบริเวณตาปลา วันละ 2-3 ครั้ง จนตาปลาหลุดออก

ตาปลา

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วมีคำถามแชทมาถามได้เลยค่ะ

ตาปลา

ตาปลา